02-2150826-7, 094-6595959 info@charlassociate.com

ต้องทำอย่างไร ? หากธุรกิจต้องเปลี่ยนสำนักงานบัญชี

“ระบบบัญชีที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ถือเป็นวลีที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างยึดถือ เพราะระบบบัญชีที่ดีสามารถช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายของธุรกิจ จัดการกับเรื่องภาษี ป้องกันการทุจริต และไหนจะช่วยให้มองเห็นโอกาสสำหรับการลงทุนในอนาคตอีกต่างหาก โดยความราบรื่นเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการมีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีคอยดูแลระบบบัญชีให้ อย่างสำนักงานบัญชี แต่ถ้าพูดกันในระยะยาวระบบบัญชีของธุรกิจที่ได้วางเอาไว้ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ต่อผู้ประกอบการ บางกรณีก็อาจเป็นเพราะคุณภาพของสำนักงานบัญชีต่ำลง หรือในบางกรณีสำนักงานบัญชีเองก็อาจมีเหตุผลที่ต้องขอยกเลิกการให้บริการ เหตุผลเช่นนี้จึงทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตัดสินใจเปลี่ยนสำนักงานบัญชีเพื่อประสิทธิภาพและความมั่นคงของธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี แน่นอนครับว่าผู้ประกอบการต้องเตรียมการทำเรื่องขอคืนเอกสาร รวมถึงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบัญชีกลับมาจากสำนักงานบัญชีเดิม เพื่อนำไปสู่การใช้บริการกับสำนักงานบัญชีแห่งใหม่ แต่จะทำอย่างไรให้ถูกต้องอย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ให้เกิดผลกระทบในภายหลัง เราได้หาคำตอบมาให้ท่านมา ณ ที่นี้แล้วครับ

ต้องทำอย่างไร ? หากธุรกิจต้องเปลี่ยนสำนักงานบัญชี

ในการใช้บริการจากสำนักงานบัญชี ผู้ประกอบการจะส่งเอกสารบิลขาย – บิลซื้อไปให้สำนักงานบัญชี เพื่อใช้ในการบันทึกบัญชี ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องทำการขอคืนเอกสารตัวจริงทั้งหมดจากสำนักงานบัญชี โดยกฎหมายได้กำหนดไว้ว่าต้องเก็บเอกสารที่ใช้ในการประกอบการบันทึกบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ได้แก่

  • บิลซื้อ – บิลขาย
  • ใบเสร็จและเอกสารนำส่งภาษี (ภ.ง.ด. 1, 3, 53 ภ.พ. 30, ภ.ง.ด. 50,51)
  • เอกสารที่ใช้นำส่งประกันสังคมและใบเสร็จรับเงิน

โดยปกติแล้วสำนักงานบัญชีจะทำใบสำคัญการลงบัญชี พร้อมแนบเอกสารและส่งคืนให้แก่ลูกค้าในทุกปี

ข้อมูลการบันทึกบัญชีที่สำนักงานบัญชีจัดทำบัญชีให้ ได้แก่

  • งบทดลอง (TB)
  • สมุดรายวันแยกประเภท (GL)
  • สมุดรายวันเฉพาะ (สมุดรายวันซื้อ, ขาย, จ่ายเงิน, รับเงิน)
  • ทะเบียนทรัพย์สิน
  • ทะเบียนลูกหนี้ ทะเบียนเจ้าหนี้
  • รายละเอียดประกอบยอดคงเหลือฝั่งสินทรัพย์และหนี้สิน

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี จะต้องให้เวลากับผู้ทำบัญชีเก่าในการปิดบัญชีเพื่อส่งข้อมูลให้ผู้ทำบัญชีรายใหม่ โดยเฉลี่ยของการปิดบัญชีจะใช้เวลาอยู่ที่ 1 – 2 เดือน แต่ในกรณีที่เป็นสำนักงานบัญชีใหม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอสำนักงานบัญชีเก่าปิดงบเสร็จ

เพื่อการรักษาความปลอดภัยของธุรกิจ จึงต้องขอคืนรหัสผ่านทั้งหมด ได้แก่

  • รหัสผ่าน DBD e-Filing
  • รหัสผ่านยื่นภาษีกับกรมสรรพากร
  • รหัสผ่านทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ตประกันสังคม

เปลี่ยนสำนักงานบัญชีตอนไหนดี ?

ผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี สามารถเปลี่ยนได้ทันทีหรือจะรอรอบบัญชีใหม่แล้วเปลี่ยนก็ได้เช่นกันครับ

ในกรณีที่เปลี่ยนสำนักงานบัญชีทันที ทางผู้ประกอบการอาจต้องเสียค่าปรับจากการยกเลิกบริการกลางคันหรือถูกปรับเรื่องการละเมิดสัญญา และสำหรับการใช้บริการจากสำนักงานบัญชีใหม่ ทางผู้ประกอบการก็อาจจะต้องจ่ายค่าทำบัญชีรวมกับรอบบัญชีเก่าด้วย

ส่วนในกรณีที่รอรอบบัญชีใหม่แล้วเปลี่ยน ทางผู้ประกอบการอาจต้องพิจารณาหรือคำนวณดูว่าการเปลี่ยนสำนักงานบัญชีตอนนี้ จะส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไรกับธุรกิจบ้าง มันคุ้มค่ากว่าการเปลี่ยนแบบทันทีเลยหรือไม่

“เพื่อประสิทธิภาพทางธุรกิจอย่างที่สูงสุด การเลือกใช้บริการกับ สำนักงานบัญชี คือสิ่งที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ประกอบการ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณภาพของสำนักงานบัญชี ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงของระบบบัญชีในธุรกิจของท่าน”

สำนักงานบัญชี ชาญ Charl Associate

455/37-38 ถนน พระราม 6, แขวง ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, กรุงเทพ 10400
โทร : 02-2150826-7, 094-6595959
แฟกซ์ : 02-6138312
อีเมล : info@charlassociate.com
ไลน์ : @charlassociate