02-2150826-7, 094-6595959 info@charlassociate.com

ภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร ? และใครคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ถ้าพูดถึง ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT (Value Added Tax) เรามักจะคุ้นหูกันสินะครับ หลายคนคงจะรู้จักมาจากการที่ได้ไปรับประทานอาหารตามโรงแรม หรือ ตามร้านอาหารบางแห่งในห้าง และเห็นใบเสร็จที่บวก VAT ร่วมในรายการอาหาร ซึ่งแน่นอนครับ ผู้บริโภคบางคนอาจเกิดความสงสัย หรือไม่สบายใจเล็กน้อยว่าทำไมต้องมีการเรียกเก็บภาษีประเภทนี้กับเรา และสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่เอง ก็อาจสงสัยได้เช่นเดียวกันว่าทำไมต้องมีการเก็บ VAT ด้วย วันนี้เราจะมาพาทุกท่านมาไขข้อข้องใจกันว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT คืออะไร? และใครคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย? เราได้รวมรวบลิสต์คำถาม-คำตอบมา ณ ที่นี้แล้วครับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)คือ อะไร ?

คือ ภาษีอากรประเภทหนึ่งเรียกได้ว่าเป็นภาษีทางอ้อมที่เก็บจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนการผลิต และจำหน่ายสินค้าหรือบริการทั้งที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ โดยกรมสรรพากรจะเป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บภาษีประเภทนี้ ซึ่งอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 10% ของราคาขายหรือให้บริการแต่ลดลงมาเหลือ 7% เนืองจากรัฐบาลได้ออกกฏหมายพิเศษ

ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นมาเพื่อลดความซ้ำซ้อนของระบบภาษีการค้าและความหลากหลายของโครงสร้างอัตราภาษีนอกจากความบกพร่องของระบบภาษีการค้า ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

ใครจำเป็นต้องจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ?

ไม่ว่าธุรกิจจะอยู่ในรูปแบบการเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาก็ตาม หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท / ปี จากการขายสินค้าหรือให้บริการ จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฏหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร

ใครคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ?

รัฐบาลจะเป็นผู้มีส่วนได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จากผู้ประกอบการที่เข้าข่ายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำไปพัฒนาประเทศครับ

ผู้บริโภคจะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เมื่อมีการซื้อสินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการก็จะต้องนำส่งภาษีนี้ให้แก่กรมสรรพากรต่อครับ

การคำนวณ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เพื่อนำส่งกรมสรรพากร

สำหรับผู้ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถคำนวณจากการนำภาษีขายทั้งเดือนมาหักด้วยภาษีซื้อทั้งเดือน หากมีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ ชำระภาษีส่วนต่างนั้น หากมีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย จะขอคืนภาษีส่วนต่างเป็นเงินสด หรือยกเครดิตภาษีในเดือนถัดไปได้ครับ

เพื่อให้เข้าใจหลักการการคำนวณที่ถูกต้อง ต้องรู้จักกับ ภาษีขาย และ ภาษีซื้อ เสียก่อนครับ

คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บจากลูกค้า และนำส่งให้แก่กรมสรรพากร โดยผู้ประกอบการจะเรียกเก็บ VAT รวมกับค่าสินค้าหรือบริการ (ราคารวมภาษี) หรือจะแยกเก็บภาษี (ราคาแยกภาษี) ก็ได้ครับ ซึ่งตรงนี้จะขึ้นอยู่กับกรณีครับ ราคารวมภาษี จะใช้กับการขายสินค้าให้บุคคลทั่วไป เพราะบุคคลทั่วไปจะมองค่าสินค้าและบริการ หรือ VATที่เสียไป เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งจะแตกต่างจากราคาแยกภาษี ที่จะใช้กันในการขายสินค้ากับผู้ที่อยู่ในภาคธุรกิจด้วยกันเอง เพราะสำหรับภาคธุรกิจจะไม่มองค่าสินค้าและบริการ หรือ VAT ที่เสียไป เป็นค่าใช้จ่าย หรือ ต้นทุนที่รวมในสินค้า/บริการ เพราะในภาคธุรกิจจะสามารถจด VATและสามารถขอ VAT ซื้อคืนได้ครับ

คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเมื่อมีการซื้อวัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำมาทำเป็นสินค้าหรือบริการซึ่งเมื่อจ่ายแล้วผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

โดยสรุปแล้วสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าข่ายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT สามารถนำภาษีซื้อ และภาษีขายมาหักลบกันและให้จำนวนส่วนต่างนั้น จ่ายให้แก่กรมสรรพากร ซึ่งถ้าหากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายจะเป็น ลูกหนี้-สรรพากร หรือภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ จะเป็น เจ้าหนี้-สรรพากรครับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องยื่นอย่างไร และต้องยื่นภายในวันไหน ?

สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ที่ต้องการยื่น ภ.พ. 30 ต้องมีเตรียมเอกสารใบกำกับภาษีซื้อตัวจริง และสำเนาใบกำกับภาษีขายในแต่ละเดือน เพื่อนำมาทำเป็นรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย ในการนำส่งนั้น จะต้องทำเอกสาร 2 ชิ้นด้วยกัน ได้แก่ ภ.พ. 30 และใบแนบ ภ.พ. 30 ซึ่งต้องยื่นให้แก่กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ในกรณีที่มีรายการซื้อขายสินค้า/บริการที่มี VAT เกิดขึ้น แต่สำหรับการยื่นแบบออนไลน์สามารถยืดระยะเวลาการยื่นไปได้อีก 8 วันครับ สามารถยื่นแบบ ภ.พ. 30 ได้ที่ เว็บไซต์กรมสรรพกร

เป็นอย่างไรครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงจะเข้าใจและรู้จักกับภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT กันมากขึ้นแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นภาษีประเภทนี้มีความเกี่ยวพันธ์กับทุกคนจริงๆ ในฐานะผู้บริโภคเองก็ต้องเสีย VAT อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือในฐานะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต้องคำนวณรายการที่เก็บ VAT นำส่งให้แก่กรมสรรพากร ทุกอย่างเป็นไปตามวงจรภาษี ดังนั้นเพื่อการดำเนินการอย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการทุกคนจึงต้องใส่ใจและหมั่นศึกษาเรื่องภาษีอย่างระเอียดนะครับ

สำนักงานบัญชี ชาญ Charl Associate

455/37-38 ถนน พระราม 6, แขวง ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, กรุงเทพ 10400
โทร : 02-2150826-7, 094-6595959
แฟกซ์ : 02-6138312
อีเมล : info@charlassociate.com
ไลน์ : @charlassociate