02-2150826-7, 094-6595959 info@charlassociate.com

3 วิธีเช็คความน่าเชื่อถือของบริษัทคู่ค้า รู้ก่อน! หมดห่วงเรื่องโดนหลอก

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ กับการที่คนทำธุรกิจได้รับประโยชน์จากคู่ค้า แต่สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังหาคู่ค้ารายใหม่อยู่่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะบางทีบริษัทคู่ค้าที่คุณมองว่าดูดี หรือที่คุณมองว่าเขาน่าจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับเราได้ แท้จริงแล้วเขาอาจสร้างข้อมูลมาแบบปลอมๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อให้เรามองว่าเขาไว้ใจได้ เพราะปัจจุบันการแต่งเติมข้อมูลต่างๆ ทำได้ง่ายมากขึ้น แล้วถ้าหากเราร่วมมือกับเขาล่ะอะไรจะเกิดขึ้น? ตอบให้ง่ายๆ เลยครับ คือ เราจะไม่ได้รับประโยชน์ที่เพียงพอ หรือก็คือเราจะไม่ได้สิ่งที่เราคาดหวังไว้จากเขา และเขาก็อาจนำภัยมาสู่เราได้ในภายหลังครับ

จากประเด็นข้างต้นหลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า แล้วเราจะมีวิธีการอย่างไรใน การเช็คความน่าเชื่อถือจากบริษัทคู่ค้า ที่เรากำลังสนใจ? ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากจะหยิบยก 3 วิธีเช็คความน่าเชื่อถือของบริษัทคู่ค้า บอกเลยว่ารู้ก่อน หมดห่วงเรื่องโดนหลอกแน่นอนครับ ตามมาดูกันทีละวิธีกันเลย

วิธีแรกง่ายๆ เลยครับ คือ

1. การเช็คข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล จากแอปพลิเคชั่น DBD e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

โดยทั่วไป บริษัท ห้างหุ้นส่วน รวมถึงนิติบุคคล ที่ถูกต้องจะได้รับความเชื่อถือว่าการประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา แต่เรื่องที่เราต้องเช็คอย่างชัดเจนเลย คือ รูปแบบของธุรกิจนั้นมีจริงไหม ธุรกิจมีรายได้ กำไร หรือ เรื่องใดที่เราต้องระวังบ้าง และเช็คความไม่สมเหตุสมผลของแหล่งเงิน ซึ่งวิธีเช็คง่ายๆ ทำตามเลยครับ

1.1 โหลดแอปพลิเคชั่น DBD e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

1.2 เปิดแอปฯ แล้วเลือก ตรวจค้นข้อมูล

1.3 เลือก ข้อมูลนิติบุคคลและงบการเงิน

1.4 จากนั้น กรอกเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก หรือ กรอกชื่อนิติบุคคล

1.5 จะเห็นคำว่า จดทะเบียนวันไหน ทุนกี่บาท ตั้งอยู่ที่ไหน

1.6 เลือก ข้อมูลเปรียบเทียบงบการเงิน ดูได้ทั้งฐานะการเงินและกำไร

ซึ่งคุณจะได้เห็นภาพรวมของผลประกอบการ สำหรับธุรกิจคู่ค้าที่คุณตรวจสอบ ในส่วนนี้จะทำให้เราสามารถรับรู้ข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับ รายได้ หนี้สิน และกำไร และให้คุณประเมินเอาว่า มีอะไรผิดปรกติหรือไม่สมเหตุสมผลหรือเปล่า เช่น ผลประกอบการที่คู่ค้าบอก ดูสวนทางกับข้อมูลที่ปรากฏ หรือบริษัทคู่ค้ามีหนี้สินเยอะมากเกินกว่าที่จะรับไหว แอปพลิเคชั่นนี้ก็จะเป็นตัวช่วยเช็คได้อย่างแม่นยำว่าบริษัทไหนน่าเชื่อถือ และบริษัไหนไม่น่าเชื่อถือ

2. เช็คข้อมูลการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

การออกใบกำกับภาษี และ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จากบริษัทคู่ค้าจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือได้อีกระดับหนึ่งครับ เพราะสิ่งนี้จะแสดงถึงความเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฏหมาย เราจะสามารถขอใบกำกับภาษี จากเขาได้ หรือเราสามารถตรวจสอบข้อมูลแบบ “ภ.พ.20” ที่เป็นหลักฐานการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่าง
ถูต้องครับ ซึ่งเมื่อเราได้รับหลักฐานแล้วก็เข้าไปเช็คข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์กรมสรรพากร ในตัวเลือก ระบบค้นหาข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  และกรอกข้อมูลของคู่ค้าของเรา เพื่อดูว่าเขาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

แต่บางบริษัทที่มียอดขายต่อปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท และธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะไม่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และจะไม่มีชื่อขึ้นในระบบนี้ และในกรณีที่คู่ค้าของเราออกใบกำกับภาษีให้เราได้ ก็จะต้องมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นใบกำกับภาษีที่เราได้มาจะถือเป็นของปลอม ซึ่งเราอาจจะมีส่วนเกี่ยวพันธ์กับความผิดนี้ได้ครับ และในอีกเคสนึงซึ่งอาจพบเจอได้ก็คือ การหลีกเลี่ยงภาษีจากคู่ค้า ซึ่งหากบริษัทคู่ค้าของเราไม่ออกใบกำกับภาษีให้เราได้อย่างไม่มีเหตุผล ก็มี % สูงที่เขากำลังพยายามหลีกเลี่ยงภาษีอยู่นั่นเอง โดยเราควรหลี่กเลี่ยงบริษัทพวกนี้จะดีกว่านะครับ

3. เช็คจากหลักฐานอื่นๆ

การจดทะเบียนบริษัทหรือการที่มีใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งได้รับจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้จะทำให้บริษัทคู่ค้าของคุณดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น หากจะให้ยกตัวอย่าง เช่น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม สำหรับธุรกิจโรงแรม ใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก สำหรับธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ หรือ ธุรกิจอาหารและยาก็จะต้องได้รับ อย.
คุณต้องสังเกตเพิ่มเติมเรื่องการทำเอกสารอื่นๆ นอกจากใบกำกับภาษี เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงินซึ่งเอกสารพวกนี้จะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงครับ

จากบทความนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเป็นข้อมูลและเป็นสิ่งเตือนใจให้กับทุกคนได้สำหรับการทำธุรกิจนะครับ เพราะบริษัทคู่ค้าที่น่าไว้ใจในสายตาคุณ จริงๆ แล้วภายในนั้นอาจจะสวนทางกับสิ่งที่คุณเห็นก็เป็นได้นะครับ ซึ่ง 3 วิธีเช็คความน่าเชื่อถือของบริษัทคู่ค้า จะเป็นตัวช่วยให้คุณหลีกเหลี่ยงกับปัญหาได้มากพอสมควรครับ เพราะปัจจุบันบางบริษัทในประเทศไทย ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบภาษี หรือระบบบัญชีอย่างถูกต้อง ดังนั้นเราจึงต้องศึกษาข้อมูลบริษัทคู่ค้าให้ดีเสียก่อน

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : TAXBugnoms

สำนักงานบัญชี ชาญ Charl Associate

455/37-38 ถนน พระราม 6, แขวง ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, กรุงเทพ 10400
โทร : 02-2150826-7, 094-6595959
แฟกซ์ : 02-6138312
อีเมล : info@charlassociate.com
ไลน์ : @charlassociate