02-2150826-7, 094-6595959 info@charlassociate.com

เตรียมวางแผนภาษีให้พร้อม !
รวมตัวช่วยลดหย่อนภาษีในยุคโควิด ปี 64

ในยุคโควิด 19 เช่นนี้ เรียกได้ว่า ”การออมเงิน” คือเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทุกคนต่างปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด เพื่อการวางแผนการเงินในอนาคตอย่างเหมาะสมที่สุด เพราะทุกคนต่างมีค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การผ่อนชำระหนี้ หรือจะเป็นเรื่องของภาษีที่คนมีเงินได้อย่างเราต้องจ่ายในทุกๆ ปี ซึ่งรู้ไหมล่ะครับว่าเจ้าภาษีเนี่ยแหละที่เราสามารถประหยัดและลดภาระค่าใช้จ่ายจากมันได้ หากเรามีการวางแผนลดหย่อนภาษี ปัจจุบันมีตัวเลือกต่างๆ เกิดขึ้นมาเพื่อลดหย่อนภาษี และช่วยเหลือผู้ที่ต้องการออมเงินหรือลงทุนครับ

จากที่ชาญได้รวบรวมข้อมูลมาทั้งหมด มีตัวช่วยในการลดภาระการจ่ายภาษีอยู่หลากหลาย ซึ่งเราสามารถเลือกประเภทและรายการลดหย่อนได้ตามความเหมาะสมกับเรา ตามมาเช็คกันเลยครับ ในปีนี้จะมีรายการลดหย่อนภาษีอะไรบ้าง

TIP

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี

ก่อนที่จะทำการยื่นลดหย่อนภาษี อยากให้ทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องภาษีโดยพื้นฐานก่อนครับ เพราะว่าแต่ละคนมีการหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน การคำนวนภาษีจึงมีผลออกมาแตกต่างกัน ซึ่งประเด็นนี้จะมีผลต่อการวางแผนภาษีในอนาคตได้ครับ

ใครที่มีรายได้สุทธิมากกว่า 150,000 บาทต่อปี หรือเงินเดือนมากกว่า 26,583 บาท (ตัวเลขจากการคำนวน) จะต้องจ่ายภาษีในอัตราเริ่มต้น 5% ซึ่งจะสูงขึ้นตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได อ้างอิงตามฐานรายได้ต่อปีดังนี้เลยครับ

จะเห็นได้ว่ายิ่งเงินเดือนสูงขึ้น อัตราภาษีก็ยิ่งสูงขึ้นตามไป การลดหย่อนภาษีจะช่วยแบ่งเบาภาระการจ่ายภาษีตรงนี้ได้ครับ

การคำนวนภาษีสามารถคิดจากการนำเงินได้ทั้งปี หักกับค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อนภาษีที่มีทั้งหมด ซึ่งเงินได้ทั่วไป เช่น เงินเดือน โบนัส และค่าจ้าง สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยเราสามารถนำรายการลดหย่อนภาษีในปีนั้นๆ มาช่วยลดค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ครับ ซึ่งปี 2564 นี้ เราสามารถเลือกสิทธิการลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง มาดูกันครับ

1. ค่าลดหย่อนกลุ่มภาระชีวิต

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท (กรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้ หรือยื่นร่วมกัน)
  • ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบิดาและมารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไป) คนละ 30,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนฝากครรค์ และคลอดบุตรตามจำนวนจ่ายจริง ไม่เกินปีละ 60,000 บาท

2. ค่าลดหย่อนจากนโยบายรัฐ

ในปีนี้ รัฐบาลก็ได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้โครงการช้อปดีมีคืน ซึ่งผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการ ได้แก่ 

1. ค่าซื้อสินค้าและบริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม 

2. หนังสือหรือ EBook 

 3. สินค้า OTOP 

ในวันที่ 23 ตุลาคม 2563 – 31ธันวาคม 2563 จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท โดยค่าลดหย่อนภาษีจะได้ตามระดับรายได้

ผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

3. ค่าลดหย่อนกลุ่มบริจาค

  • เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาและสนับสนุนกีฬา ช่วยลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
  • เงินบริจาคเพื่อสาธารณะให้โรงพยาบาลรัฐและวัด ช่วยลดหย่อนภาษีตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
  • บริจาคให้พรรคการเมือง ช่วยลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

4. ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินออม และการลงทุน

ประกันทั่วไป

เป็นกลุ่มสิทธิประโยชน์การลดภาษีสำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่จะได้รับในทุกปี โดยในปีนี้รัฐได้กำหนดวงเงินหักค่าลดหย่อนเพื่อประชาชนผู้จ่ายภาษี ดังนี้

ประกันสังคม

เงินนำส่งประกันสังคมในทุกเดือน สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 7,200 บาท

ประกันสุขภาพพ่อแม่

สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท

ประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ

ในปีนี้รัฐบาลได้เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ เพื่อสนับสนุนให้คนมีหลักประกันที่ดี และลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ ซึ่งได้มีการกำหนดค่าลดหย่อนไว้ ดังนี้

ประกันชีวิต / เงินฝากแบบประกันชีวิต

สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท

ประกันสุขภาพตัวเอง

สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท

กลุ่มประกันชีวิตทั้งหมดสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะถูกหักจากเงินได้สุทธิ รายได้หักค่าใช้จ่ายไปหักค่าลดหย่อน

HIGHLIGHT

ประเภทกองทุน

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

ประกันบำนาญลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 200,000 บาท

เงินสะสมจากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 13,200 บาท

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กบข / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000บาท

กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ SSFX

SSFX หรือ Super Saving Fund Extra เป็นกองทุนลดหย่อนภาษี “เฉพาะกิจ” ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท แบบไม่มีเพดานรายได้ (มีรายได้เท่าไหร่ก็สามารถซื้อกองทุนนี้ได้)โดยจะมีระยะเวลาลงทุน 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ

กองทุนเพื่อการออม SSF

SSF หรือ Super Savings Fund คือ กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว สามารถให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 30% ของเงินได้บุคคลธรรมดา ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท มีระยะเวลาลงทุน 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ รวมกับเบี้ยประกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทนอกจากนี้ยังสามารถลงทุนกับสินทรัพย์ได้ทุกประเภทอีกด้วยครับ

เราคงจะคุ้นเคยกันดีกับกองทุน LTF (Long Term Equity Fund) ใช่ไหมละครับ ? กองทุน SSF นี่แหละครับที่เข้ามาแทนที่ LTF

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF

RMF หรือ Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อการออมเงินระยะยาวไว้ใช้จ่ายเมื่อเกษียณ ไม่มีเงินปันผล เพราะเน้นการลงทุนระยะยาว และสามารถลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้บุคคลธรรมดา ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท สามารถลงทุนได้จนถึงอายุ 55 ปี นับจากวันที่ซื้อ และยังสามารถลงทุนกับสินทรัพย์ได้ทุกประเภทเช่นเดียวกับกองทุน SSF อีกด้วยครับ

เมื่อรู้แล้วว่าในปี 2564 นี้ มีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง ก็เตรียมตัววางแผนเพื่อยื่นภาษีได้เลยครับ ซึ่งสามารถยื่นภาษีออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์สรรพากร  หรือจะเลือกยื่นภาษีผ่านแอปพลิเคชั่น Rd smart tax ก็ได้เช่นกัน

TIP

ควรวางแผนการลดหย่อนภาษีล่วงหน้า

การวางแผนเพื่อการลดหย่อนภาษีสำคัญเช่นกัน เพราะจะทำให้เราสามารถรู้ภาษีที่ต้องจ่าย ใครที่กำลังออมเงินอยู่ก็สามารถรับรู้กิจกรรมทางบัญชีได้ก่อนถึงเวลาจ่ายจริง และสามารถนำตัวเลขมาจัดสรรค์งบการเงินได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้ก็ลองเช็คเลย ให้คุณลองรวมรายได้ทั้งหมดหักลบรายการลดหย่อนต่าง ๆ ที่เราได้รับสิทธิว่าเรามียอดต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ แต่สำหรับกลุ่มประกันหรือกองทุนที่เห็นว่าลดหย่อนภาษีได้ก็อย่าด่วนซื้อทันทีนะครับ เราควรพิจารณาก่อนว่า ประกันหรือกองทุนไหนเหมาะกับเราจริงๆ เช่น กองทุน SSF ในแต่ละกองก็มีความเสี่ยงที่ต่างออกไป ทั้งลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างเดียว หรือลงทุนเพื่อผลตอบแทนด้วยก็มี หรือจะให้เปรียบเทียบคนโสดกับคนมีครอบครัวก็มีภาระที่ต่างกันออกไปอยู่แล้ว นอกจากนี้ตัวเลือกในการลดหย่อนภาษีเหล่านี้ มันมีเงื่อนไขของมันอยู่ เช่น เมื่อเราซื้อประกันจำนวนมากก็อาจส่งผลเสียต่อเราได้ เพราะหากเกิดกรณีที่ต้องขายประกันต่อส่วนเกินที่ต้องเสียกำไรจากการขายจะต้องเสียภาษี ซึ่งถ้าขายไม่ครบก่อนกำหนด อาจโดนภาษีย้อนหลังตามมาได้นะครับ

สำนักงานบัญชี ชาญ Charl Associate

455/37-38 ถนน พระราม 6, แขวง ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, กรุงเทพ 10400
โทร : 02-2150826-7, 094-6595959
แฟกซ์ : 02-6138312
อีเมล : info@charlassociate.com
ไลน์ : @charlassociate