02-2150826-7, 088-9799829 [email protected]

3 วิธีเช็คความน่าเชื่อถือของบริษัทคู่ค้า

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ กับการที่คนทำธุรกิจได้รับประโยชน์จากคู่ค้า แต่สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังหาคู่ค้ารายใหม่อยู่่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะบางทีบริษัทคู่ค้าที่คุณมองว่าดูดี หรือที่คุณมองว่าเขาน่าจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับเราได้ แท้จริงแล้วเขาอาจสร้างข้อมูลมาแบบปลอมๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อให้เรามองว่าเขาไว้ใจได้ เพราะปัจจุบันการแต่งเติมข้อมูลต่างๆ ทำได้ง่ายมากขึ้น แล้วถ้าหากเราร่วมมือกับเขาล่ะอะไรจะเกิดขึ้น? ตอบให้ง่ายๆ เลยครับ คือ เราจะไม่ได้รับประโยชน์ที่เพียงพอ หรือก็คือเราจะไม่ได้สิ่งที่เราคาดหวังไว้จากเขา และเขาก็อาจนำภัยมาสู่เราได้ในภายหลังครับ

จากเรื่องที่อ่านมาข้างต้นหลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า แล้วเราจะมีวิธีการอย่างไรในการเช็คความน่าเชื่อถือจากบริษัทคู่ค้าที่เรากำลังสนใจ? ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากจะหยิบยก 3 วิธีเช็คความน่าเชื่อถือของบริษัทคู่ค้า บอกเลยว่ารู้ก่อน หมดห่วงเรื่องโดนหลอกแน่นอนครับ ตามมาดูกันทีละวิธีกันเลย

วิธีแรกง่ายๆ เลยครับ คือ

1. การเช็คข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล จากแอปพลิเคชั่น DBD e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

โดยทั่วไป บริษัท ห้างหุ้นส่วน รวมถึงนิติบุคคล ที่ถูกต้องจะได้รับความเชื่อถือว่าการประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา แต่เรื่องที่เราต้องเช็คอย่างชัดเจนเลยคือ รูปแบบของธุรกิจนั้นมีจริงไหม ธุรกิจมีรายได้ กำไร หรือเรื่องใดที่เราต้องระวังบ้าง และเช็คความไม่สมเหตุสมผลของแหล่งเงิน ซึ่งวิธีเช็คง่ายๆ ทำตามเลยครับ

  1. โหลดแอปพลิเคชั่น DBD e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

2. เปิดแอปฯ แล้วเลือก ตรวจค้นข้อมูล

3. เลือก ข้อมูลนิติบุคคลและงบการเงิน

4. จากนั้น กรอกเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก หรือ กรอกชื่อนิติบุคคล

5. จะเห็นคำว่า จดทะเบียนวันไหน ทุนกี่บาท ตั้งอยู่ที่ไหน

6. เลือก ข้อมูลเปรียบเทียบงบการเงินดูได้ทั้งฐานะการเงินและกำไร

ซึ่งคุณจะได้เห็นภาพรวมของผลประกอบการ สำหรับธุรกิจคู่ค้าที่คุณตรวจสอบ ในส่วนนี้จะทำให้เราสามารถรับรู้ข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับ รายได้ หนี้สิน และกำไร และให้คุณประเมินเอาว่า มีอะไรผิดปรกติหรือไม่สมเหตุสมผลหรือเปล่า เช่น ผลประกอบการที่คู่ค้าบอก ดูสวนทางกับข้อมูลที่ปรากฏ หรือบริษัทคู่ค้ามีหนี้สินเยอะมากเกินกว่าที่จะรับไหว แอปพลิเคชั่นนี้ก็จะเป็นตัวช่วยเช็คได้อย่างแม่นยำว่าบริษัทไหนน่าเชื่อถือ และบริษัทไหนไม่น่าเชื่อถือ

2. เช็คข้อมูลการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

การออกใบกำกับภาษี และ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จากบริษัทคู่ค้าจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือได้อีกระดับหนึ่งครับ เพราะสิ่งนี้จะแสดงถึงความเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฏหมาย เราจะสามารถขอใบกำกับภาษีจากเขาได้ หรือเราสามารถตรวจสอบข้อมูลแบบ “ภ.พ.20” ที่เป็นหลักฐานการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องครับ ซึ่งเมื่อเราได้รับหลักฐานแล้วก็เข้าไปเช็คข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์กรมสรรพากร ในตัวเลือก ระบบค้นหาข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม https://vsreg.rd.go.th/VATINFOWSWeb/jsp/V001.jsp และกรอกข้อมูลของคู่ค้าของเรา เพื่อดูว่าเขาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

การจดทะเบียนบริษัทหรือการที่มีใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งได้รับจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้จะทำให้บริษัทคู่ค้าของคุณดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น หากจะให้ยกตัวอย่าง เช่น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม สำหรับธุรกิจโรงแรม ใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก สำหรับธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ หรือ ธุรกิจอาหารและยาก็จะต้องได้รับ อย.

คุณต้องสังเกตเพิ่มเติมเรื่องการทำเอกสารอื่นๆ นอกจากใบกำกับภาษี เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ซึ่งเอกสารพวกนี้จะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงครับ

จากบทความนี้หวังว่าจะเป็นข้อมูลและเป็นสิ่งเตือนใจให้กับทุกคนได้สำหรับการทำธุรกิจนะครับ เพราะบริษัทคู่ค้าที่น่าไว้ใจในสายตาคุณ จริงๆ แล้วภายในนั้นอาจจะสวนทางกับสิ่งที่คุณเห็นก็เป็นได้นะครับ ซึ่ง 3 วิธีเช็คความน่าเชื่อถือของบริษัท จะเป็นตัวช่วยให้คุณหลีกเหลี่ยงกับปัญหาได้มากพอสมควรครับ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : TAXbugnoms

สำนักงานชาญและเพื่อนทนายความ โดย เมโทร แปซิฟิค ดีเวลอปเมนท์ จำกัด

455/37-38 ถนน พระราม 6, แขวง ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, กรุงเทพ 10400
โทร : 02-2150826-7, 088-9799829
แฟกซ์ : 02-6138312
อีเมล : [email protected]
ไลน์ : @charlassociate