02-2150826-7, 088-9799829 [email protected]

เตรียมวางแผนภาษีให้พร้อม ! รวมตัวช่วยลดหย่อนภาษีในยุคโควิด ปี 64

ในยุคโควิด 19 เช่นนี้ เรียกได้ว่า ”การออมเงิน” คือเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทุกคนต่างปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด เพื่อการวางแผนการเงินในอนาคตอย่างเหมาะสมที่สุด เพราะทุกคนต่างมีค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจเลี่ยงได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การผ่อนชำระหนี้ หรือจะเป็นเรื่องของภาษีที่คนมีเงินได้อย่างเราต้องจ่ายในทุกๆ ปี ซึ่งรู้ไหมล่ะครับว่าเจ้าภาษีเนี่ยแหละที่เราสามารถประหยัดและลดภาระค่าใช้จ่ายจากมันได้หากเรามีการวางแผนลดหย่อนภาษี ปัจจุบันมีตัวเลือกต่างๆ เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการออมเงิน

จากที่ชาญได้รวบรวมข้อมูลมาทั้งหมด มีตัวช่วยในการลดภาระการจ่ายภาษีอยู่หลากหลาย ซึ่งเราสามารถเลือกประเภทและรายการลดหย่อนได้ตามความเหมาะสมกับเรา เพราะฉะนั้นมารู้จักกับ 4 ตัวช่วยลดหย่อนภาษีปี 2564

TIPs

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี

ก่อนที่จะทำการยื่นลดหย่อนภาษี อยากให้ทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องภาษีโดยพื้นฐานก่อนครับ เพราะว่าแต่ละคนมีการหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน การคำนวนภาษีจึงมีผลออกมาแตกต่างกัน ซึ่งประเด็นนี้จะมีผลต่อการวางแผนภาษีในอนาคตได้ครับ

ใครที่มีรายได้สุทธิมากกว่า 150,000 บาทต่อปี หรือเงินเดือนมากกว่า 26,583 บาท (ตัวเลขจากการคำนวน) จะต้องจ่ายภาษีในอัตราเริ่มต้น 5% ซึ่งจะสูงขึ้นตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได อ้างอิงตามฐานรายได้ต่อปีดังนี้เลยครับ

จะเห็นได้ว่ายิ่งเงินเดือนสูงขึ้น อัตราภาษีก็ยิ่งสูงขึ้นตามไป การลดหย่อนภาษีจะช่วยแบ่งเบาภาระการจ่ายภาษีตรงนี้ได้ครับ

การคำนวนภาษีสามารถคิดจากการนำเงินได้ทั้งปี หักกับค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อนภาษีที่มีทั้งหมด ซึ่งเงินได้ทั่วไป เช่น เงินเดือน โบนัส และค่าจ้าง สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยเราสามารถนำรายการลดหย่อนภาษีในปีนั้นๆ มาช่วยลดค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ครับ ซึ่งปี 2564 นี้ เราสามารถเลือกสิทธิการลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง มาดูกันครับ

1. ค่าลดหย่อนกลุ่มภาระชีวิต

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท (กรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้ หรือยื่นร่วมกัน)
  • ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบิดาและมารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไป) คนละ 30,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนฝากครรค์ และคลอดบุตรตามจำนวนจ่ายจริง ไม่เกินปีละ 60,000 บาท

2. ค่าลดหย่อนจากนโยบายรัฐ

ในปีนี้ รัฐบาลก็ได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้โครงการช้อปดีมีคืน ซึ่งผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการ ได้แก่ 1. ค่าซื้อสินค้าและบริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม 2. หนังสือหรือ EBook และ 3. สินค้า OTOP ในวันที่ 23 ตุลาคม 2563 – 31ธันวาคม 2563 จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท โดยค่าลดหย่อนภาษีจะได้ตามระดับรายได้ *ผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้*

3. ค่าลดหย่อนกลุ่มบริจาค

  • เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาและสนับสนุนกีฬา ช่วยลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
  • เงินบริจาคเพื่อสาธารณะให้โรงพยาบาลรัฐและวัด ช่วยลดหย่อนภาษีตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
  • บริจาคให้พรรคการเมือง ช่วยลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

4. ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินออม และการลงทุน

ประกันทั่วไป

เป็นกลุ่มสิทธิประโยชน์การลดภาษีสำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่จะได้รับในทุกปี โดยในปีนี้รัฐได้กำหนดวงเงินหักค่าลดหย่อนเพื่อประชาชนผู้จ่ายภาษี ดังนี้

ประกันสังคม

เงินนำส่งประกันสังคมในทุกเดือน สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 7,200 บาท

ประกันสุขภาพพ่อแม่

สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท

ประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ

ในปีนี้รัฐบาลได้เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ เพื่อสนับสนุนให้คนมีหลักประกันที่ดี และลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ ซึ่งได้มีการกำหนดค่าลดหย่อนไว้ ดังนี้

ประกันชีวิต / เงินฝากแบบประกันชีวิต

สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท

ประกันสุขภาพตัวเอง

สามารถลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท

*กลุ่มประกันชีวิตทั้งหมดสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะถูกหักจากเงินได้สุทธิ รายได้หักค่าใช้จ่ายไปหักค่าลดหย่อน*

HIGHLIGHT

ประเภทกองทุน

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

ประกันบำนาญลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 200,000 บาท

เงินสะสมจากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 13,200 บาท

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กบข / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000บาท

กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ SSFX

SSFX หรือ Super Saving Fund Extra เป็นกองทุนลดหย่อนภาษี “เฉพาะกิจ” ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อ กระตุ้นการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท แบบไม่มีเพดานรายได้ (มีรายได้เท่าไหร่ก็สามารถซื้อกองทุนนี้ได้) โดยจะมีระยะเวลาลงทุน 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ

กองทุนเพื่อการออม SSF

SSF หรือ Super Savings Fund คือ กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว สามารถให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 30% ของเงินได้บุคคลธรรมดา ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท มีระยะเวลาลงทุน 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ รวมกับเบี้ยประกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท นอกจากนี้ยังสามารถลงทุนกับสินทรัพย์ได้ทุกประเภทอีกด้วยครับ

เราคงจะคุ้นเคยกันดีกับกองทุน LTF (Long Term Equity Fund) ใช่ไหมละครับ ? กองทุน SSF นี่แหละครับที่เข้ามาแทนที่ LTF

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF

RMF หรือ Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อการออมเงินระยะยาวไว้ใช้จ่ายเมื่อเกษียณ ไม่มีเงินปันผล เพราะเน้นการลงทุนระยะยาว และสามารถลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้บุคคลธรรมดา ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท สามารถลงทุนได้จนถึงอายุ 55 ปี นับจากวันที่ซื้อ และยังสามารถลงทุนกับสินทรัพย์ได้ทุกประเภทเช่นเดียวกับกองทุน SSF อีกด้วยครับ

เมื่อรู้แล้วว่าในปี 2564 นี้ มีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง ก็เตรียมตัววางแผนเพื่อยื่นภาษีได้เลยครับ ซึ่งสามารถยื่นภาษีออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สรรพากร https://www.rd.go.th/272.html หรือจะเลือกยื่นภาษีผ่านแอปพลิเคชั่น Rd smart tax ก็ได้เช่นกัน

TIPs

ควรวางแผนการลดหย่อนภาษีล่วงหน้า

การวางแผนเพื่อการลดหย่อนภาษีสำคัญเช่นกัน เพราะจะทำให้เราสามารถรู้ภาษีที่ต้องจ่าย ใครที่กำลังออมเงินอยู่ก็สามารถรับรู้กิจกรรมทางบัญชีได้ก่อนถึงเวลาจ่ายจริง และสามารถนำตัวเลขมาจัดสรรค์งบการเงินได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้ก็ลองเช็คเลย ให้คุณลองรวมรายได้ทั้งหมดหักลบรายการลดหย่อนต่าง ๆ ที่เราได้รับสิทธิว่าเรามียอดต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ แต่สำหรับกลุ่มประกันหรือกองทุนที่เห็นว่าลดหย่อนภาษีได้ก็อย่าด่วนซื้อทันทีนะครับ เราควรพิจารณาก่อนว่าประกันหรือกองทุนไหนเหมาะกับเราจริงๆ เช่น กองทุน SSF ในแต่ละกองก็มีความเสี่ยงที่ต่างออกไป ทั้งลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างเดียว หรือลงทุนเพื่อผลตอบแทนด้วยก็มี หรือจะให้เปรียบเทียบคนโสดกับคนมีครอบครัวก็มีภาระที่ต่างกันออกไปอยู่แล้ว นอกจากนี้ตัวเลือกในการลดหย่อนภาษีเหล่านี้มันมีเงื่อนไขของมันอยู่ เช่น เมื่อเราซื้อประกันจำนวนมากก็อาจส่งผลเสียต่อเราได้ เพราะหากเกิดกรณีที่ต้องขายประกันต่อส่วนเกินที่ต้องเสียกำไรจากการขายจะต้องเสียภาษี ซึ่งถ้าขายไม่ครบก่อนกำหนด อาจโดนภาษีย้อนหลังตามมาได้นะครับ

สำนักงานชาญและเพื่อนทนายความ โดย เมโทร แปซิฟิค ดีเวลอปเมนท์ จำกัด

455/37-38 ถนน พระราม 6, แขวง ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, กรุงเทพ 10400
โทร : 02-2150826-7, 088-9799829
แฟกซ์ : 02-6138312
อีเมล : [email protected]
ไลน์ : @charlassociate