02-2150826-7, 088-9799829 [email protected]

ขายของออนไลน์สบายหายห่วง วิธีจัดการภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์

ยุคนี้เรียกได้ว่า “การขายของออนไลน์” ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักของคนทำธุรกิจก็ว่าได้ เนื่องด้วยพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนมาช้อปออนไลน์กันมากขึ้น และความสะดวกในการค้าขายที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องมีลูกจ้างหรือพนักงาน รวมถึงไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ใดๆ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็สามารถลงทุนค้าขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ให้ธุรกิจมีกำไรและร่ำรวยได้เช่นกันครับ แต่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายท่านอาจมีความสงสัยว่าเมื่อเรามีเงินได้จากการขายสินค้าออนไลน์ เราต้องเสียภาษีหรือไม่ และหากต้องเสียภาษีนั้นต้องมียอดขายสินค้าจากออนไลน์เท่าไหร่ วันนี้ Charl จะมาอธิบายให้ทุกท่านรับทราบ เพื่อให้การขายของออนไลน์ของท่านไปเป็นได้อย่างราบรื่น สบายหายห่วง ไม่เสี่ยงโดนภาษีย้อนหลังครับ

ขายของออนไลน์ต้องยื่นภาษีหรือไม่ ?

ผู้ที่ขายของออนไลน์ต้องยื่นภาษีเช่นเดียวกับผู้มีเงินได้ทั่วไปครับ ซึ่งถ้าหากเราไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท จะถือว่าเราอยู่ในรูปแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือเงินได้ประเภทที่ 8 หรือ ม.40 (8) ทั้งนี้จำนวนภาษีที่ผู้มีเงินได้จากการขายออนไลน์ต้องจ่ายนั้น ขึ้นอยู่กับยอดขายในแต่ละเดือนว่าถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งถือเป็นภาษีทางตรงที่คิดการจ่ายภาษีตามขั้นบันไดภาษีของบุคคลธรรมดา ถ้าใน 1 ปี มีรายได้เกิน 150,000 บาทต่อปีขึ้นไป ต้องยื่นภาษีในปีนั้น โดยจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 94 ภายในระยะเวลาที่กรมสรรพากรกำหนด ในกรณีที่มีรายได้มากกว่า 1,800,000 บาทต่อปี ต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ในอัตรา 7% ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่เรามีรายได้ถึงเกณฑ์

TIP

จะรู้ได้อย่าไรว่าต้องเสียภาษีเท่าไหร่?

ก่อนอื่นอยากให้ทำความเข้าใจก่อนครับว่า เมื่อทำธุรกิจเราจะต้องเสียภาษีจากผลกำไร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรูปแบบนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา กล่าวคือ เราต้องมีข้อมูลบัญชีต้นทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย และเมื่อนำมาคำนวณเราจะได้ผลกำไรสุทธิ และผลกำไรสุทธินี่แหละครับที่เราต้องเอาไปเสียภาษีต่อในจำนวนตามตารางขั้นบันได

เราสามารถคำนวณการเสียภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่อยู่ในรูปแบบบุคคลธรรมดา ได้ 2 วิธี ได้แก่

1.การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60 % จากยอดขายที่เกิดขึ้น

เช่น หากมีรายได้จากการขายในปีนี้ = 1,000,000 บาท เราก็สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60%= 600,000 บาทได้ จากนั้นเหลือกำไร 40% = 400,000 บาท ที่จะนำไปคิดภาษีต่อตามตารางขั้นบันได วิธีนี้เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่มีต้นทุนน้อย มีกำไรจากการขายเยอะกว่า 40%

2.การหักค่าใช้จ่ายตามจริง

วิธีนี้เราต้องนำรายได้หักค่าใช้จ่ายและรายการลดหย่อนภาษีตามจริง แต่หากคำนวนแล้วกำไรสุทธิที่ออกมาไม่ถึง 150,000 บาท ต้องคิดวิธีหนึ่ง คือ (นำ ยอดขายทั้งปี x 0.5 = ภาษีที่ต้องจ่าย) เช่น หากเรามียอดขายในปีนี้ = 1,000,000 บาท เราต้องเอายอดขาย x 0.5 = ภาษีที่ต้องจ่าย 5,000 บาท แต่วิธีนี้เราต้องเก็บข้อมูลทางบัญชีให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น บิล ใบเสร็จรับเงิน เช็ค แล้วจัดทำเป็นบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อเป็นหลักฐานข้อมูลทางผลกำไรให้กับกรมสรรพากร วิธีนี้เหมาะกับร้านค้าที่มีต้นทุนสูง

ขายของออนไลน์ต้องยื่นภาษีช่วงไหน ?

ในส่วนของช่วงเวลาการยื่นภาษีนั้นจะมี 2 ครั้งต่อปี ได้แก่

1. ยื่นภาษีช่วงสิ้นปี ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ในเดือน มกราคม – มีนาคม เพื่อสรุปรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงปี

2. ยื่นภาษีกลางปี ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 ในเดือนกรฎาคม – กันยายน เพื่อสรุปรายได้ครึ่งปีหลัง

และอย่าลืมนะในกรณีที่ต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ด้วยต้องยื่นภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่เรามีรายได้ถึงเกณฑ์ด้วยครับ

สำหรับใครที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ หากอ่านบทความนี้แล้วก็สามารถลงมือจัดการวางแผนจัดการภาษีได้เลยครับ เพราะต้องบอกเลยว่าเรื่องภาษีไม่ใช่เรื่องไกลตัว รู้ไว้ย่อมดีกว่าครับ ซึ่งหากเราไม่ยื่นภาษีอาจทำให้ภาษีย้อนหลังบานปลายในภายหลังและกระทบต่อตัวธุรกิจเราได้โดยสามารถเลือกคำนวนวิธีที่ 1 หรือวิธีที่ 2 ตามความเหมาะสมกับธุรกิจ ก่อนที่จะจ่ายภาษีในทางที่ดีก็อย่าลืมจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายไว้เป็นประจำนะครับ เพราะเมื่อถึงคราวต้องจ่ายภาษี เราก็สามารถเอาข้อมูลทางบัญชีตรงนี้เป็นหลักฐานแสดงต่อกรมสรรพากร และยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง หรือท่านใดที่อยากได้ตัวช่วยจัดการบัญชี สำนักงานบัญชี Charl ยินดีให้บริการครับ เราทำหน้าที่จัดทำบัญชี และเป็นที่ปรึกษาการวางแผนภาษีมาเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว โดยเราให้ความสำคัญกับความถูกต้อง รวดเร็ว ทำให้ท่านไม่เสียเวลาในการทำบัญชีเองอีกต่อไป แถมหมดกังวลเรื่องภาษีย้อนหลังอีกด้วย

สำนักงานชาญและเพื่อนทนายความ โดย เมโทร แปซิฟิค ดีเวลอปเมนท์ จำกัด

455/37-38 ถนน พระราม 6, แขวง ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, กรุงเทพ 10400
โทร : 02-2150826-7, 088-9799829
แฟกซ์ : 02-6138312
อีเมล : [email protected]
ไลน์ : @charlassociate